E-BIB Running

สมัครงานวิ่งเสร็จ จ่ายเงินเรียบร้อย สิ่งที่ได้กลับมาคือไฟล์ภาพที่มีตัวเลขกับ QR Code ส่งเข้าอีเมล ไม่มีป้ายให้ไปรับที่หน้างาน สิ่งนั้นเรียกว่า E-BIB ซึ่งได้รับความนิยมมากขึ้น โดยเฉพาะงานแบบ Virtual Run ที่สามารถวิ่งที่ไหนก็ได้ แต่สำหรับคนที่เพิ่งเจอครั้งแรกก็มักสงสัยว่า ต้องปริ้นไหม ใช้ยังไง และใช้แทนบิบวิ่งตัวจริงได้หรือไม่

บทความนี้ All Print OK ตอบให้ทั้งสองฝั่ง ตั้งแต่ E-BIB คืออะไร ทำงานยังไง ต่างจากบิบกระดาษตรงไหน ไปจนถึงข้อจำกัดที่คนมักไม่พูดถึง และงานวิ่งแบบไหนที่ยังต้องมีบิบตัวจริงอยู่ดี

E-BIB คืออะไร ย่อมาจากอะไร ?

E-BIB ย่อมาจาก Electronic Bib คือหมายเลขประจำตัวนักวิ่งในรูปแบบดิจิทัล โดยผู้จัดงานส่งให้เป็นไฟล์ภาพหรือ QR Code แทนการพิมพ์ป้ายบิบติดหน้าอกแล้วให้นักวิ่งมารับที่หน้างาน

หน้าตาของ E-BIB แทบไม่ต่างจากบิบวิ่งที่เห็นกันทั่วไป มีเลขประจำตัวนักวิ่ง ชื่อ ระยะที่ลงแข่ง และโลโก้ผู้สนับสนุน ต่างกันตรงที่มันอยู่ในมือถือหรือกล่องอีเมลของนักวิ่ง ไม่ได้อยู่บนแผ่นวัสดุจริง ใครที่ยังไม่คุ้นกับคำว่าบิบ อ่านเพิ่มได้ที่ Bib วิ่ง คืออะไร ย่อมาจากอะไร

E-BIB ถูกใช้แพร่หลายขึ้นมาพร้อมกระแส Virtual Run ที่นักวิ่งสะสมระยะเองแล้วส่งผลผ่านแอปหรือเว็บไซต์ เมื่อไม่มีจุดปล่อยตัวรวม การส่งบิบเป็นไฟล์จึงตอบโจทย์กว่าการส่งไปรษณีย์ทีละคน หลังจากนั้นงานวิ่งแบบมีสนามจริงก็เริ่มหยิบ E-BIB มาใช้เป็นตัวยืนยันสิทธิ์ตอนลงทะเบียนหรือรับของที่ระลึกด้วย

E-BIB กับ Bib วิ่ง ปกติ แตกต่างกันอย่างไร ?

รายละเอียด E-Bib Bib
รูปแบบบิบ ดิจิทัล / QR Code / ระบบออนไลน์ บิบกระดาษหรือพลาสติก
การลงทะเบียน ลงทะเบียนและจัดการผ่านระบบออนไลน์ ลงทะเบียนออนไลน์ แต่ต้องรับบิบหน้าหน้างาน
การยืนยันตัวตน สแกน QR Code หรือเช็กผ่านระบบ ตรวจสอบจากหมายเลขบิบด้วยสายตา
การจัดเก็บข้อมูล จัดเก็บแบบดิจิทัลอย่างเป็นระบบ จัดเก็บแบบเอกสาร
ความรวดเร็วหน้างาน รวดเร็ว ลดขั้นตอน ใช้เวลามากกว่า
ความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดการใช้กระดาษ เกิดขยะจากบิบ

E-BIB ทำงานอย่างไร ?

แม้ E-Bib จะเป็นเพียงไฟล์ดิจิทัล แต่กว่าจะส่งถึงนักวิ่งต้องผ่านขั้นตอนตั้งแต่การสมัคร ออกหมายเลข ไปจนถึงการสร้างและส่งไฟล์ให้ตรงกับข้อมูลของแต่ละคน โดยทั่วไปมีขั้นตอนดังนี้

  1. นักวิ่งสมัครและชำระเงิน : ผ่านเว็บไซต์หรือระบบรับสมัครของผู้จัดงาน
  2. ระบบออกเลขประจำตัว : โดยผูกกับชื่อ ระยะที่ลง และรุ่นอายุของนักวิ่งคนนั้น
  3. ผู้จัดงานสร้างไฟล์ E-BIB : จากเทมเพลตที่ออกแบบไว้ แล้วเติมเลขและชื่อของแต่ละคนลงไปทีละใบ
  4. ส่งไฟล์ให้นักวิ่ง : ทางอีเมล ทางระบบสมาชิกบนเว็บ หรือให้ดาวน์โหลดเองจากหน้าใบสมัคร
  5. นักวิ่งนำไปใช้งาน : เช่น ส่งผลวิ่งสะสมระยะ สแกน QR Code เพื่อลงทะเบียนหน้างาน หรือปริ้นติดเสื้อถ่ายรูป

จุดสำคัญคือ E-BIB เป็นแค่ ข้อมูลระบุตัวตน ไม่ใช่อุปกรณ์ ดังนั้นความสามารถของมันจะจบอยู่ที่ “บอกว่าคุณคือใคร” เท่านั้น ส่วนงานอื่นอย่างการจับเวลาหรือการตรวจจุดผ่าน ต้องอาศัยระบบอื่นเข้ามาเสริม

E-BIB ต่างจากบิบวิ่งกระดาษอย่างไร ?

หัวข้อ E-BIB บิบวิ่งตัวจริง
รูปแบบ ไฟล์ภาพหรือ QR Code แผ่นวัสดุจริงติดหน้าอก
การรับบิบ ดาวน์โหลดเองทันทีหลังสมัคร รับหน้างานหรือส่งไปรษณีย์
การระบุตัวตนหน้างาน ต้องเปิดจากมือถือหรือปริ้นเอง มองเห็นชัดตลอดการแข่งขัน
การจับเวลา ต้องใช้ระบบอื่นแยกต่างหาก ติดชิพจับเวลาไปกับตัวบิบได้
ต้นทุนต่อคน ค่าออกแบบและระบบเป็นหลัก ค่าวัสดุและค่าพิมพ์ต่อชิ้น
ความทนทานระหว่างวิ่ง ขึ้นกับกระดาษที่นักวิ่งปริ้นเอง ผลิตด้วยวัสดุกันน้ำกันเหงื่อ

สรุปสั้น ๆ คือ E-BIB ชนะเรื่องความเร็วและต้นทุนการกระจาย ส่วนบิบตัวจริงชนะเรื่องการใช้งานจริงในสนาม ทั้งสองอย่างไม่ได้แทนกันแบบหนึ่งต่อหนึ่ง แต่ตอบโจทย์คนละช่วงของงาน

ข้อดีของ E-BIB ที่ผู้จัดงานวิ่งได้จริงมีอะไรบ้าง ?

สำหรับผู้จัดงาน E-Bib ไม่ได้ช่วยแค่ลดการใช้กระดาษ แต่ยังช่วยลดขั้นตอนและต้นทุนในการจัดการนักวิ่งได้หลายด้าน โดยเฉพาะงานที่มีผู้สมัครจำนวนมาก เช่น

  • ลดต้นทุนพิมพ์และค่าจัดส่ง : ไม่ต้องผลิตล่วงหน้าเผื่อคนที่สมัครแล้วไม่มา และไม่ต้องเสียค่าส่งรายคน
  • ไม่ต้องตั้งจุดรับบิบ : ประหยัดทั้งคน สถานที่ และเวลาก่อนวันงาน ซึ่งเป็นภาระใหญ่ของงานที่มีผู้สมัครหลักพัน
  • แก้ไขและออกใหม่ได้ทันที : สะกดชื่อผิด ลงระยะผิด หรือทำไฟล์หาย ก็ออกใหม่ให้ได้ในไม่กี่นาที ไม่ต้องพิมพ์ซ้ำ
  • รองรับผู้สมัครจำนวนมาก : เพิ่มจำนวนผู้สมัครได้โดยไม่ต้องเพิ่มภาวะด้านการผลิตและจัดส่งบิบ
  • ลดขยะกระดาษ : ตอบโจทย์งานที่ต้องการชูภาพลักษณ์เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
  • ข้อมูลนักวิ่งอยู่ในระบบเดียว : เชื่อมกับฐานข้อมูลผู้สมัครได้ตรง ๆ ทำให้ตรวจสอบและออกE-Certificate ต่อได้ง่าย

E-BIB มีข้อจำกัดอะไรที่ต้องรู้ก่อนใช้ ?

แม้ E-Bib จะช่วยลดต้นทุนและขั้นตอนการจัดงานได้หลายด้าน แต่ก็ไม่ได้เหมาะกับงานวิ่งทุกประเภท หากกำลังพิจารณาใช้แทนบิบตัวจริง ควรดูข้อจำกัดเหล่านี้ประกอบด้วย

  • ไม่มีชิปจับเวลาในตัว : ไฟล์ภาพติดชิปไม่ได้ งานที่ต้องจับเวลารายบุคคลยังต้องใช้อุปกรณ์แยก ซึ่งกติกาการแข่งขันระดับสากลของ World Athletics ก็แยกเรื่องหมายเลขประจำตัวนักกีฬาออกจากระบบจับเวลาอิเล็กทรอนิกส์อยู่แล้ว
  • กรรมการและช่างภาพอ่านเลขได้ยาก : งานที่มีการตัดสินอันดับ ตรวจจุดผ่าน หรือขายภาพถ่ายตามหมายเลข จะทำงานลำบากทันทีถ้าไม่มีเลขบนหน้าอกจริง ๆ
  • คุณภาพการปริ้นไม่เท่ากัน : บางคนปริ้นสี บางคนปริ้นขาวดำ บางคนใช้กระดาษบาง พอเจอเหงื่อกับฝนก็ยุ่ยและขาดกลางทาง
  • ไม่ได้เป็นของที่ระลึก : นักวิ่งจำนวนไม่น้อยเก็บบิบไว้เป็นความทรงจำเหมือนเหรียญ ไฟล์ภาพให้ความรู้สึกแบบนั้นไม่ได้
  • พื้นที่โลโก้สปอนเซอร์ลดลง : สำหรับงานที่มีผู้สนับสนุน การไม่มีบิบจริงอาจทำให้โลโก้ปรากฏในภาพการแข่งขันน้อยลง และลดโอกาสในการสร้างการมองเห็นแบรนด์

ดาวน์โหลดและปริ้น E-BIB ใช้เองยังไงให้ติดเสื้อได้จริง ?

ถ้าคุณเป็นนักวิ่งที่เพิ่งได้ E-BIB และต้องการปริ้นมาติดเสื้อ สามารถทำตามขั้นตอนง่าย ๆ เหล่านี้ได้เลย

  1. เข้าระบบของผู้จัดงาน : ด้วยอีเมลหรือเบอร์โทรที่ใช้สมัคร บางงานส่งลิงก์ดาวน์โหลดให้ทางอีเมลยืนยันการชำระเงินโดยตรง
  2. เข้าเมนูใบสมัครหรือเมนูส่งผลวิ่ง : แล้วมองหาคำว่า E-BIB หรือ ดาวน์โหลดบิบ
  3. บันทึกไฟล์เก็บไว้ : อย่าใช้วิธีเปิดค้างไว้ในเบราว์เซอร์อย่างเดียว เพราะระบบผู้จัดมักปิดหลังจบงาน
  4. ตรวจชื่อ เลข และระยะให้ตรง : ก่อนวันงาน ถ้าผิดให้แจ้งผู้จัดแก้ทันที
  5. ปริ้นในขนาดจริง : ถ้าตั้งใจจะติดเสื้อจริง ตั้งค่าพิมพ์ให้เต็มขนาดจริงของบิบ อย่าย่อลงมาจนตัวเลขเล็กเกินอ่าน

ข้อควรระวังคือ หลีกเลี่ยงการโพสต์ภาพ E-BIB แบบเห็น QR Code ชัดเจนลงโซเชียล เพราะบางงานใช้โค้ดนั้นยืนยันสิทธิ์รับของที่ระลึก

ปริ้น E-BIB ที่บ้านกับบิบที่ผลิตจากโรงพิมพ์ต่างกันตรงไหน ?

ความต่างหลัก ๆ อยู่ที่ วัสดุและความทนทาน เพราะ E-BIB ที่ปริ้นด้วยกระดาษ A4 อาจยุ่ยหรือฉีกขาดง่าย เมื่อเจอเหงื่อและความชื้นระหว่างวิ่ง ขณะที่บิบจากโรงพิมพ์เลือกใช้วัสดุที่เหมาะกับการใช้งานมากกว่า ทั้งกันน้ำ กันเหงื่อ น้ำหนักเบา และทนต่อการฉีกขาด

สำหรับงานรับผลิตบิบวิ่ง ของ Allprintok มีวัสดุให้เลือกทั้งฟิล์มขาว ฟิล์มใส และฟิล์มฟอยล์ พร้อมพิมพ์ข้อมูลเฉพาะบุคคล เช่น เลขวิ่ง QR Code และบาร์โค้ดได้ในงานเดียว ด้วยระบบพิมพ์ดิจิทัลที่ไม่ต้องทำบล็อกหรือเพลท และสั่งผลิตได้ตั้งแต่ 1 ชิ้น 

งานวิ่งแบบไหนเหมาะกับ E-BIB และแบบไหนควรใช้บิบตัวจริง ?

ประเภทงาน เหมาะกับ E-BIB ควรมีบิบตัวจริง
Virtual Run สะสมระยะ ใช่ ไม่มีสนามรวม ส่งผลผ่านระบบ ไม่จำเป็น (ทำเป็นของที่ระลึกได้)
Fun run ในองค์กร / งานสัมมนา ใช่ คนไม่มาก ไม่จัดอันดับ เฉพาะเมื่ออยากได้ภาพถ่ายสวย
งานวิ่งการกุศลระยะสั้น ใช่ ใช้ยืนยันสิทธิ์รับเสื้อและของที่ระลึก แนะนำ ถ้ามีสปอนเซอร์ร่วม
มินิมาราธอน ฮาล์ฟ ฟูลมาราธอน ใช้เสริมตอนลงทะเบียน จำเป็น เพราะต้องจับเวลาและตัดสินอันดับ
งานที่ขายสิทธิ์ผู้สนับสนุน ใช้เสริมได้ จำเป็น โลโก้ต้องอยู่บนตัวนักวิ่ง
งานที่มีบริการภาพถ่ายตามหมายเลข ไม่พอ จำเป็น ระบบค้นรูปอ่านเลขจากภาพ

หลักคิดง่าย ๆ คือถามว่างานของคุณต้อง จับเวลา ตัดสินอันดับ หรือให้คนอื่นอ่านเลขจากระยะไกล หรือไม่ ถ้าคำตอบคือใช่แม้แต่ข้อเดียว บิบตัวจริงยังจำเป็นอยู่

ใช้ E-BIB คู่กับบิบตัวจริงได้ไหม ?

ได้ และเป็นรูปแบบที่งานวิ่งหลายงานเลือกใช้ โดยแบ่งหน้าที่กันชัดเจน คือให้ E-BIB ทำงานก่อนวันแข่ง ทั้งยืนยันการสมัคร ใช้สแกนตอนลงทะเบียนรับของ และให้นักวิ่งเอาไปโพสต์โซเชียลช่วยประชาสัมพันธ์งาน ส่วน บิบตัวจริงทำงานในวันแข่ง สำหรับติดชิปจับเวลา ให้กรรมการตรวจสอบ และให้ช่างภาพจับเลขได้

วิธีนี้ช่วยลดจำนวนบิบที่ต้องผลิตเผื่อ เพราะรู้ยอดผู้มารับจริงจากการสแกน E-BIB ก่อนแล้ว ผู้จัดงานที่กำลังเปรียบเทียบโรงพิมพ์อยู่ อ่านแนวทางเลือกได้ที่ ผลิต Bib วิ่งที่ไหนดี

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ E-BIB

E-BIB ต้องปริ้นออกมาติดเสื้อทุกครั้งไหม ?

ไม่จำเป็นทุกงาน งานแบบ Virtual Run ส่วนใหญ่ใช้ E-BIB เป็นเลขอ้างอิงตอนส่งผลเท่านั้น เก็บไว้ในมือถือก็พอ แต่ถ้าเป็นงานที่มีสนามจริงและมีการตรวจสอบหน้างาน ควรอ่านกติกาของผู้จัดให้ชัด เพราะบางงานบังคับให้แสดงหมายเลขบนตัวนักวิ่ง

E-BIB จับเวลาให้อัตโนมัติได้หรือเปล่า ?

ไม่ได้ E-BIB เป็นเพียงไฟล์ระบุตัวตน ไม่มีชิปหรือเซ็นเซอร์ในตัว งานที่ต้องการเวลารายบุคคลต้องใช้ระบบจับเวลาแยก เช่น ชิปที่ติดมากับบิบตัวจริงหรือติดที่รองเท้า ส่วนงานสะสมระยะจะใช้วิธีให้นักวิ่งส่งผลจากแอปออกกำลังกายแทน

ถ้าดาวน์โหลด E-BIB ไม่ได้ หรือไฟล์หาย ต้องทำยังไง ?

ติดต่อผู้จัดงานพร้อมแจ้งชื่อ อีเมลที่ใช้สมัคร และหลักฐานการชำระเงิน ผู้จัดออกไฟล์ใหม่ให้ได้เพราะข้อมูลอยู่ในระบบอยู่แล้ว ข้อดีของ E-BIB คือทำหายแล้วขอใหม่ได้ ต่างจากบิบตัวจริงที่หายแล้วต้องผลิตซ้ำ

สรุปเรื่อง E-BIB

จะเห็นได้ว่า E-BIB คือ บิบวิ่งรูปแบบดิจิทัลที่ช่วยลดต้นทุนและขั้นตอนการจัดส่ง เหมาะกับ Virtual Run งานในองค์กร และงานที่ไม่เน้นจัดอันดับ แต่งานที่ต้องจับเวลา ตัดสินอันดับ มีสปอนเซอร์ หรือใช้บริการภาพถ่ายตามหมายเลข ยังควรมีบิบตัวจริง

ทางเลือกที่เหมาะกับหลายงานคือใช้ E-Bib ควบคู่กับบิบตัวจริง โดยให้ E-Bib ช่วยจัดการก่อนวันแข่ง และใช้บิบตัวจริงในสนาม หากต้องการผลิตบิบที่ใส่เลขไม่ซ้ำ QR Code และทนเหงื่อทนฝน ติดต่อ All Print OK ผ่านการคลิกปุ่มขวามือได้เลย